ภาพประกอบ: สร้างด้วย AI

Siam Delivery — ขนส่ง

ส่งของไปอเมริกาเสียภาษีไหม? อัปเดตปี 2569

หลายคนกำลังจะส่งพัสดุไปอเมริกาแล้วสงสัยว่าส่งของไปอเมริกาเสียภาษีไหม เพราะข่าวว่าสหรัฐฯ ยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นภาษี $800 ไปแล้ว ทำให้กฎเปลี่ยนจากที่เคยรู้ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าออนไลน์ที่ส่งเสื้อผ้าไปขาย คนที่อยากส่งของขวัญให้ญาติ หรือ SME ที่ส่งสินค้าตัวอย่างให้ลูกค้า เราเตรียมข้อมูลมาให้ครบ พร้อมเช็กลิสต์ไปพร้อมกันเลยครับ

ส่งของไปอเมริกาเสียภาษีไหมอัปเดต 19 ต.ค. 2569

⚡ สรุปใน 30 วินาที

  • ประเด็นสำคัญสุด: สหรัฐฯ ยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นภาษีมูลค่าต่ำกว่า $800 แล้ว พัสดุแทบทุกชิ้นอาจต้องแจ้งศุลกากรและเสียภาษีนำเข้า
  • สิ่งที่ต้องทำ: แจ้งมูลค่าสินค้าตามจริงทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าออนไลน์ ของขวัญ หรือสินค้าตัวอย่างก็ต้องทำเหมือนกัน
  • ข้อควรระวัง: เตรียมเอกสารและข้อมูลผู้รับให้ครบ ไม่งั้นพัสดุอาจถูกตีกลับหรือล่าช้าที่ด่านศุลกากร

ยกเลิก $800 แล้วจริงไหม ?

ส่งของไปอเมริกาเสียภาษีไหมแล้วกฎใหม่ปี 2569 คืออะไร

ส่งของไปอเมริกาเสียภาษีไหม คำตอบคือ "เสีย" เกือบทุกกรณีแล้ว เพราะปี 2569 สหรัฐฯ ขยายเวลาระงับเกณฑ์ยกเว้นภาษีมูลค่าต่ำกว่า 800 ดอลลาร์ (de minimis) ออกไป ทำให้พัสดุทุกชิ้นที่เข้าประเทศไม่ว่ามูลค่าเท่าไหร่ ต้องผ่านการตรวจของศุลกากรสหรัฐฯ (CBP) และอาจถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าตามประเภทสินค้าครับ

de minimis คืออะไร

ตอนแรกกฎนำเข้าสหรัฐฯ มีเกณฑ์ de minimis ยกเว้นภาษีให้พัสดุมูลค่าต่ำกว่า 800 ดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ของชิ้นเล็กเข้าได้แบบไม่ต้องเสียภาษี

แต่ต้นปี 2569 ทำเนียบขาวประกาศขยายเวลาระงับสิทธิ์ de minimisให้ครอบคลุมทุกประเทศ ทำให้พัสดุแทบทุกชิ้นไม่ได้รับการยกเว้นภาษีอีกต่อไป

ผลกระทบที่คนส่งของต้องรู้

หน่วยงาน CBP (ศุลกากรสหรัฐฯ) จะตรวจพัสดุนำเข้าเข้มงวดขึ้น และเรียกเก็บภาษีตามมูลค่าที่แจ้งไว้จริง

  • ผลกระทบหลัก: พัสดุต้องผ่านการตรวจและสำแดงข้อมูลให้ครบถ้วน
  • อัตราภาษี: ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและประเทศต้นทาง ควรเช็กกับทีมขนส่งทุกครั้ง
  • ผู้รับปลายทาง: อาจต้องจ่ายภาษีเพิ่มตอนที่พัสดุส่งถึง

เช็กก่อนส่ง ถ้าไม่แน่ใจว่าสินค้าที่จะส่ง เสียภาษีเท่าไหร่ ทักทีมงานให้ช่วยเช็กก่อนแพ็กจะดีที่สุดครับ

ขายเสื้อผ้าต้องเสียภาษีไหม ?

ร้านค้าออนไลน์ส่งเสื้อผ้าไปขายอเมริกา ต้องรู้อะไรบ้าง

สมมติว่าคุณเปิดร้านค้าออนไลน์ขายเสื้อผ้าและมีลูกค้าสั่งจากอเมริกา สิ่งที่ต้องทำคือแจ้งมูลค่าสินค้าตามจริงบนใบศุลกากรทุกครั้ง ห้ามแจ้งราคาต่ำกว่าความเป็นจริงเพื่อเลี่ยงภาษี เพราะหลังยกเลิกเกณฑ์ de minimis พัสดุทุกชิ้นถูกตรวจละเอียดขึ้น ถ้าเจอว่าแจ้งข้อมูลเท็จ พัสดุอาจถูกกักที่ด่าน และจะทำให้ร้านเสียทั้งเวลาและความน่าเชื่อถือกับลูกค้าครับ

ภาพประกอบ: สร้างด้วย AI

ทำไมต้องแจ้งมูลค่าตามจริง

ร้านค้าออนไลน์หลายเจ้าเคยชินกับการแสดงราคาต่ำ เพื่อให้ลูกค้าไม่ต้องจ่ายภาษีตอนรับของ

แต่พอเกณฑ์ de minimis ถูกระงับ ทำให้วิธีนี้ใช้ไม่ได้แล้ว เพราะพัสดุถูกตรวจเหมือนกันหมด

ความเสี่ยงถ้าแจ้งราคาผิด

  • พัสดุถูกกัก: ด่านศุลกากรสหรัฐฯ อาจกักพัสดุไว้ตรวจเพิ่ม ทำให้ลูกค้าได้ของช้ากว่ากำหนด
  • ค่าปรับ: บางกรณีอาจถูกเก็บค่าปรับนอกจากภาษีปกติ
  • เสียชื่อร้าน: ลูกค้าที่รอของนานหรือถูกเก็บเงินเพิ่ม ส่วนมากจะไม่กลับมาซื้อซ้ำ

เตรียมตัวก่อนส่งล็อตใหญ่

ร้านที่ส่งออกบ่อยควรทำใบแจ้งราคาสินค้า (invoice) ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกออเดอร์ เพื่อลดความผิดพลาดตอนกรอกข้อมูลศุลกากร

ส่งของขวัญเสียภาษีไหม ?

ส่งของขวัญให้ญาติที่อเมริกาเสียภาษีไหม

ส่งของขวัญให้ญาติที่อเมริกาก็ต้องแจ้งมูลค่าตามจริงเหมือนพัสดุทั่วไป ไม่มีข้อยกเว้นพิเศษให้ของขวัญหรือของใช้ส่วนตัวอีกต่อไป หลังสหรัฐฯ ระงับเกณฑ์ de minimis มูลค่าต่ำกว่า 800 ดอลลาร์ ผู้รับปลายทางอาจต้องเป็นคนจ่ายภาษีนำเข้าเองตอนของมาถึง เพราะฉะนั้นควรแจ้งญาติล่วงหน้าว่าอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมรออยู่ครับ

ของขวัญก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น

หลายคนเข้าใจว่าพัสดุที่ส่งแบบของขวัญส่วนตัว ไม่ใช่สินค้าจะได้รับการยกเว้นภาษีเป็นพิเศษ

แต่ความจริงคือไม่มีข้อยกเว้นอีกแล้ว หลังเกณฑ์ de minimis ถูกระงับ ทำให้พัสดุทุกประเภทถูกพิจารณาเท่ากัน ไม่ว่าจะเป็นของขวัญหรือสินค้า

ใครเป็นคนจ่ายภาษี

  • ผู้ส่ง: แจ้งมูลค่าสินค้าตามจริงในเอกสารศุลกากรตั้งแต่ต้นทาง
  • ผู้รับ: อาจถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมตอนพัสดุถึงสหรัฐฯ
  • ทั้งสองฝ่าย: ควรคุยกันก่อนส่งว่าใครรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้

บอกญาติล่วงหน้าเรื่องภาษีที่อาจเกิดขึ้น ดีกว่าให้เขาแปลกใจตอนไปรับพัสดุครับ

ส่งตัวอย่างสินค้าต้องแจ้งอะไร ?

SME ส่งสินค้าตัวอย่างให้ลูกค้าต้องทำยังไง

สมมติว่าคุณเป็นเจ้าของ SME ที่อยากส่งสินค้าตัวอย่างให้ลูกค้าในอเมริกาทดลองก่อนสั่งจริง ต้องแจ้งมูลค่าสินค้าตามจริงบนใบศุลกากรเสมอ ถึงจะเป็นตัวอย่างไม่คิดเงิน เพราะศุลกากร ไม่สนว่าขายหรือแจกฟรี และถ้าสินค้าเป็นอาหาร สมุนไพร หรือของเกษตร ต้องเช็กเงื่อนไขของ USDA APHIS เพิ่มเติมก่อนส่งด้วยครับ

ภาพประกอบ: สร้างด้วย AI

ตัวอย่างไม่ขาย ก็ต้องแสดงมูลค่า

หลายคนเข้าใจผิดว่าสินค้าตัวอย่างไม่มีมูลค่า ไม่ต้องแจ้งราคา ความจริงไม่ใช่แบบนั้นครับ

ศุลกากรสหรัฐฯ (CBP) จะประเมินจากมูลค่าตลาดของสินค้าชิ้นนั้น ไม่ใช่ดูว่าคุณคิดเงินลูกค้าจริงไหม

สินค้าเกษตร-อาหาร ให้เช็ก USDA APHIS ก่อน

อย่างเช่นถ้าตัวอย่างสินค้าเป็นสมุนไพร เครื่องเทศ ชา กาแฟ หรือของแปรรูปจากพืช ต้องเช็กเงื่อนไขของ USDA APHIS ก่อนส่งทุกครั้ง

สินค้าเกษตรและอาหารมีกฎเฉพาะแยกจากภาษีนำเข้าทั่วไป บางชนิดต้องมีใบรับรองประกอบ ไม่ใช่แค่แจ้งมูลค่าอย่างเดียว

TIPS ก่อนส่งตัวอย่างสินค้าไปอเมริกา ลองทักไลน์ถามทีมงานก่อนว่าสินค้าเข้าข่ายต้องมีเอกสารเพิ่มไหม จะได้ไม่ต้องเสียเวลาพัสดุถูกกักที่ด่าน

เอกสารใบศุลกากรต้องระบุประเภทสินค้าให้ชัดเจน เขียนว่า "commercial sample, no commercial value" ได้ แต่ต้องใส่มูลค่าประเมินกำกับไว้เสมอ

ถ้า SME ส่งตัวอย่างหลายชิ้นในกล่องเดียว ให้แยกรายการและมูลค่าแต่ละชิ้นให้ครบ จะช่วยให้ศุลกากรตรวจเร็วขึ้นและลดโอกาสพัสดุค้างที่ด่านครับ

ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง ?

เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมก่อนส่งของไปอเมริกา

ก่อนส่งของไปอเมริกา ต้องเตรียมเอกสารให้ครบเพื่อให้พัสดุผ่านศุลกากรไวขึ้น หลักๆคือชื่อ ที่อยู่และเบอร์ผู้รับเป็นภาษาอังกฤษ รายการสินค้าพร้อมมูลค่าจริงสำหรับศุลกากร ระบุประเภทสินค้าให้ชัดเจน และถ้าเป็นสินค้าเกษตรหรืออาหาร ต้องเช็กเอกสารเฉพาะตามเกณฑ์ USDA APHIS เพิ่มเติมก่อนส่งทุกครั้งครับ

เช็กลิสต์เอกสารก่อนส่งของไปอเมริกา

  • ชื่อ-ที่อยู่-เบอร์ผู้รับ: เขียนเป็นภาษาอังกฤษให้ครบ ตรงตามที่อยู่จริงในอเมริกา และเขียนให้ถูกต้อง
  • รายการสินค้าและมูลค่า: ระบุชื่อสินค้า จำนวน และมูลค่าจริงทุกชิ้นสำหรับใบศุลกากร ห้ามแสดงราคาต่ำกว่าความเป็นจริง
  • ประเภทสินค้า: ระบุให้ชัดว่าเป็นเสื้อผ้า ของขวัญ ตัวอย่างสินค้า หรืออาหาร เพราะแต่ละประเภทมีเงื่อนไขตรวจต่างกัน
  • เอกสารสินค้าเกษตร/อาหาร: ถ้าส่งพืช อาหาร หรือสินค้าเกษตร ต้องเช็กเงื่อนไขเฉพาะตามเกณฑ์ USDA APHIS ก่อนส่งทุกครั้ง

TIPS ถ้าไม่แน่ใจว่าสินค้าต้องมีเอกสารเฉพาะอะไรเพิ่มไหม อย่าเดาเองครับ ทักทีมงานให้ช่วยเช็กก่อนแพ็กจะชัวร์กว่า

เอกสารพวกนี้ไม่ได้ยุ่งยากเลยครับ ถ้าเตรียมครบตั้งแต่แรก พัสดุจะผ่านด่านไวและลดโอกาสโดนเรียกเก็บภาษีเพิ่มทีหลัง

ลองดูรายละเอียดบริการส่งของไปอเมริกาเพิ่มเติม จะเห็นภาพรวมขั้นตอนทั้งหมดชัดขึ้นครับ

ลดความเสี่ยงเรื่องภาษียังไง ?

วิธีคำนวณค่าส่งและลดความเสี่ยงเรื่องภาษี

ค่าส่งของไปอเมริกาขึ้นอยู่กับน้ำหนักจริงหรือน้ำหนักตามปริมาตร และประเภทสินค้าเป็นหลัก ส่วนความเสี่ยงเรื่องภาษีลดได้ด้วยการแจ้งมูลค่าจริงเสมอ เก็บหลักฐานการแพ็กและใบเสร็จไว้ทุกครั้ง และถ้าเป็นของมูลค่าสูงควรปรึกษาทีมขนส่งก่อนส่งจริง จะได้ประเมินค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงล่วงหน้าได้แม่นยำขึ้นครับ

ภาพประกอบ: สร้างด้วย AI

ปัจจัยที่ทำให้ค่าส่งเปลี่ยน

ค่าส่งไปอเมริกาไม่ได้คงที่ทุกกล่อง ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยร่วมกัน ลองเช็กก่อนตัดสินใจส่งจริง

  • น้ำหนักจริง: ชั่งน้ำหนักสินค้าหลังแพ็กกล่องเรียบร้อยแล้ว ยิ่งหนักยิ่งมีผลกับค่าส่ง
  • น้ำหนักตามปริมาตร: กล่องใหญ่แต่เบา อาจถูกคิดค่าส่งตามปริมาตรแทนน้ำหนักจริง ควรแพ็กให้กระชับที่สุด
  • ประเทศปลายทาง: อเมริกามีหลายรัฐ บางพื้นที่ใช้เวลาส่งต่างกัน ควรเช็กที่อยู่ปลายทางให้ชัดก่อนส่ง
  • ประเภทสินค้า: ของแตกง่าย ของเหลว หรือแบตเตอรี่ อาจมีเงื่อนไขแพ็กพิเศษและค่าใช้จ่ายเพิ่ม
  • ประเภทบริการที่เลือก: ส่งด่วนหรือส่งแบบปกติ มีผลต่อราคาและระยะเวลาที่ของจะถึงมือผู้รับ

แจ้งมูลค่าตามจริงทุกครั้ง คือวิธีลดความเสี่ยงเรื่องภาษีที่ได้ผลที่สุด ไม่มีทางลัดอื่น

สำหรับของมูลค่าสูง ต้องถ่ายรูปตอนแพ็กไว้เป็นหลักฐาน พร้อมเก็บใบเสร็จและเลขพัสดุให้ครบ เผื่อต้องใช้ตอนติดต่อเรื่องเคลมทีหลัง

เรื่องเงื่อนไขการเคลมและวงเงินชดเชยแต่ละกรณีไม่เหมือนกัน ทักไลน์สอบถามทีมงานก่อนส่งของมูลค่าสูงจะชัวร์กว่าครับ ให้ทีมช่วยคำนวณค่าส่งและแนะนำวิธีแพ็กที่เหมาะกับสินค้าของคุณได้ทันที

เช็กลิสต์

ปัจจัยที่มีผลต่อค่าส่งของไปอเมริกา เช็กก่อนตัดสินใจ

ปัจจัยมีผลยังไงวิธีประหยัด/สิ่งที่ต้องเตรียม
น้ำหนักจริงของพัสดุยิ่งหนัก ค่าส่งยิ่งสูงขึ้นตามอัตราขนส่งชั่งน้ำหนักให้แม่นก่อนแพ็ก เลือกกล่องพอดีไม่เผื่อที่ว่างเกินจำเป็น
น้ำหนักตามปริมาตรกล่องใหญ่แต่เบา อาจถูกคิดค่าส่งจากปริมาตรแทนน้ำหนักจริงเลือกบรรจุภัณฑ์ขนาดกระชับ ไม่ให้มีที่ว่างเหลือในกล่องมากเกินไป
ประเภทสินค้าสินค้าบางประเภท เช่น อาหาร สินค้าเกษตร ต้องผ่านเงื่อนไขเพิ่มเติมเตรียมเอกสารเฉพาะตามเกณฑ์ USDA APHIS ก่อนส่งถ้าเป็นสินค้ากลุ่มนี้
มูลค่าสินค้าที่แจ้งศุลกากรมีผลต่อการตรวจและการประเมินภาษีนำเข้าของ CBPแจ้งมูลค่าตามจริงเสมอ เก็บใบเสร็จและรูปสินค้าไว้เป็นหลักฐาน
ความเร็วในการจัดส่งบริการด่วนช่วยลดเวลาที่สินค้าค้างอยู่ระหว่างทางแจ้งทีมงานล่วงหน้าว่าต้องการส่งด่วนหรือส่งแบบประหยัด

FAQ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ส่วนใหญ่ผู้รับปลายทางที่อเมริกาจะเป็นคนจ่ายภาษีนำเข้าตอนพัสดุมาถึง เว้นแต่ตกลงกับผู้ส่งไว้ล่วงหน้าเป็นอย่างอื่น ควรแจ้งผู้รับให้รู้ก่อนว่าอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมรออยู่ครับ

หลังยกเลิกเกณฑ์ de minimis มูลค่าต่ำกว่า 800 ดอลลาร์ พัสดุแทบทุกชิ้นต้องผ่านการตรวจของศุลกากรสหรัฐฯ ไม่ว่ามูลค่าจะต่ำแค่ไหน จึงควรแจ้งมูลค่าตามจริงเสมอเพื่อลดความเสี่ยงพัสดุถูกกักครับ

เงื่อนไขการเคลมและวงเงินชดเชยขึ้นอยู่กับรายละเอียดบริการ แนะนำให้เก็บรูปตอนแพ็ก ใบเสร็จ และเลขพัสดุไว้เป็นหลักฐาน แล้วสอบถามเงื่อนไขเคลมกับทีมงานก่อนส่งของมูลค่าสูงทุกครั้งครับ

บริการส่งด่วนไปต่างประเทศของเราใช้เวลาประมาณ 1-5 วัน ขึ้นอยู่กับปลายทางและประเภทสินค้าที่ส่ง ควรเผื่อเวลาเพิ่มเติมหากพัสดุต้องผ่านการตรวจศุลกากรละเอียดครับ

บทสรุป

เตรียมพร้อมก่อนส่งของไปอเมริกา ให้ Siam Delivery ช่วยคุณคิดเรื่องภาษีและค่าส่ง

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าสินค้าที่จะส่งไปอเมริกาต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง หรืออยากให้ทีมช่วยคำนวณค่าส่งจริง ทักแชททีม Siam Delivery ได้เลยครับ เราช่วยเช็กให้ก่อนแพ็กของจริงทุกครั้ง

สรุปแล้ว ส่งของไปอเมริกาเสียภาษีไหม คำตอบคือเสียเกือบทุกกรณีหลังสหรัฐฯ ระงับเกณฑ์ de minimis มูลค่าต่ำกว่า 800 ดอลลาร์ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าออนไลน์ส่งเสื้อผ้า ของขวัญให้ญาติ หรือ SME ส่งสินค้าตัวอย่าง ทุกกรณีต้องแจ้งมูลค่าตามจริงบนใบศุลกากรเสมอ เพื่อลดความเสี่ยงพัสดุถูกกักที่ด่าน การเตรียมเอกสารให้ครบ ทั้งชื่อที่อยู่ภาษาอังกฤษ รายการสินค้า และเอกสารเฉพาะสำหรับสินค้าเกษตรตามเกณฑ์ USDA APHIS จะช่วยให้พัสดุผ่านศุลกากรได้ไวขึ้น ถ้ายังไม่แน่ใจเรื่องขั้นตอนหรือค่าใช้จ่าย ทักหาทีมงานของเราให้ช่วยเช็กให้ก่อนส่งจริงได้เลยครับ

  • เกณฑ์ de minimis ถูกยกเลิก: พัสดุทุกมูลค่าที่เข้าอเมริกาต้องผ่านการตรวจและอาจเสียภาษีนำเข้า
  • แจ้งมูลค่าตามจริงเสมอ: ไม่ว่าจะเป็นสินค้าขาย ของขวัญ หรือตัวอย่างสินค้า ห้ามสำแดงราคาต่ำกว่าจริง
  • เตรียมเอกสารให้ครบ: ชื่อที่อยู่เบอร์ผู้รับภาษาอังกฤษ รายการสินค้า และเอกสารเฉพาะตาม USDA APHIS ถ้าเป็นสินค้าเกษตร
  • เก็บหลักฐานทุกครั้ง: รูปตอนแพ็ก ใบเสร็จ และเลขพัสดุ ไว้ใช้กรณีต้องเคลมหรือสอบถามภายหลัง
  • ปรึกษาทีมงานก่อนส่งของมูลค่าสูง: ช่วยประเมินค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงล่วงหน้าได้แม่นยำขึ้น

แชร์บทความนี้FacebookTwitterLinkedIn