ส่งของไปต่างประเทศกับไปรษณีย์ไทยดีไหม?
ถ้าพูดถึงการส่งของไปต่างประเทศแล้ว ไปรษณีย์ไทย คงจะเป็นตัวเลือกแรกๆที่หลายคนนึกถึง ไม่ว่าจะส่งของให้ครอบครัว ส่งให้เพื่อน หรือส่งสินค้าให้ลูกค้าในต่างประเทศ เพราะมีบริการหลายรูปแบบให้เลือกตามงบประมาณและความเร่งด่วน
แต่หลายๆคนอาจก็สงสัยว่า ไปรษณีย์ไทยส่งของไปต่างประเทศดีจริงไหม ค่าส่งถูกกว่าเอกชนหรือเปล่าถ้าเทียบกับบริษัทขนส่งระดับโลกอย่าง SXD Express, FedEx และ UPS แล้วควรใช้เจ้าไหนดี
เราได้รวบรวมข้อมูลและเปรียบเทียบข้อดี ข้อเสีย ค่าส่ง ระยะเวลาการส่ง และความเหมาะสมกับพัสดุของแต่ละบริษัทไว้ให้ เพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจให้เลือกบริษัทที่คุ้มค่าและเหมาะกับคุณมากที่สุด
สรุปบทความ
ถ้ากำลังมองหาบริษัทส่งของไปต่างประเทศ แต่ไม่รู้ว่าจะเลือกส่งกับที่ไหน สามารถพิจารณาจากจุดเด่นของแต่ละบริษัทได้ดังนี้
- ไปรษณีย์ไทย: เหมาะกับคนที่ต้องการคุมงบประมาณ มีทั้งการส่งแบบประหยัดและส่งด่วน
- SXD Express: เหมาะกับผู้ที่ต้องการความสะดวก มีทีมงานช่วยแพ็กสินค้า จัดเตรียมเอกสาร และให้คำปรึกษาเรื่องการส่งออก
- FedEx: เหมาะกับคนทั่วไป ร้านค้าออนไลน์ และธุรกิจที่ต้องการตัวเลือกทั้งแบบ Priority และ Economy
- UPS: เหมาะกับการส่งสินค้าระหว่างประเทศที่ต้องการบริการหลายระดับ พร้อมเครื่องมือจัดการเอกสารและการขนส่ง
แต่ละบริษัทมีข้อได้เปรียบแตกต่างกันเลยไม่มีคำตอบตายตัวว่าบริษัทไหนดีที่สุด แต่ควรเปรียบเทียบจากค่าใช้จ่ายรวม ความรวดเร็ว และข้อกำหนดประเทศปลายทางก่อนตัดสินใจ
สารบัญบทความ (Table of Contents)
- ไปรษณีย์ไทยส่งของไปต่างประเทศ มีบริการอะไรบ้าง?
- รีวิวข้อดี–ข้อเสียของไปรษณีย์ไทย
- เปรียบเทียบ SXD Express, FedEx และ UPS
- ตารางเปรียบเทียบขนส่งต่างประเทศ 4 เจ้า
- ค่าส่งของไปต่างประเทศคิดจากอะไร?
- ส่งพัสดุแบบไหน ควรเลือกบริษัทใด?
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการส่งของไปต่างประเทศ

ไปรษณีย์ไทยส่งของไปต่างประเทศ มีบริการอะไรบ้าง?
ไปรษณีย์ไทยให้บริการส่งพัสดุระหว่างประเทศหลายรูปแบบ โดยสามารถเลือกได้ตามความรวดเร็ว น้ำหนัก และประเภทสิ่งของที่ต้องการจัดส่ง
1. ePacket ส่งพัสดุขนาดเล็ก ราคาประหยัด
ePacket เป็นบริการส่งสิ่งของขนาดเล็กเหมาะกับผู้ขายสินค้าออนไลน์และผู้ที่ไม่จำเป็นต้องใช้บริการส่งด่วน รองรับน้ำหนักสูงสุด 2 กิโลกรัมสำหรับประเทศส่วนใหญ่ ยกเว้นสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรที่รองรับสูงสุด 5 กิโลกรัมตามเงื่อนไข
จุดเด่นคือคิดค่าส่งตามน้ำหนักจริงและติดตามสถานะได้ แต่บริการปกติไม่มีการชดใช้กรณีพัสดุสูญหายหรือเสียหาย โดยสามารถซื้อความคุ้มครอง ePacket Plus เพิ่มเติมได้
2. EMS World ส่งพัสดุด่วนระหว่างประเทศ
EMS World เป็นบริการส่งด่วนที่รองรับทั้งเอกสารและสิ่งของ รองรับน้ำหนักสูงสุด 30 กิโลกรัม ขึ้นอยู่กับประเทศปลายทาง
ข้อดีคือคิดค่าบริการตามน้ำหนักจริง มีระบบติดตามสถานะ และมีการชดใช้ค่าเสียหายตามเงื่อนไข แต่ระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลงจากกรมศุลกากรปลายทาง
3. International Parcel ส่งของแบบไม่เร่งด่วน
International Parcel เป็นบริการส่งพัสดุไปต่างประเทศที่เหมาะกับเสื้อผ้า หนังสือ ของใช้ และสิ่งของทั่วไปที่ไม่เร่งด่วน โดยระยะเวลาจัดส่งอาจแตกต่างกันตามวิธีขนส่งและประเทศปลายทาง
4. Courier Post ส่งด่วนถึงหน้าบ้าน
Courier Post เป็นบริการขนส่งด่วนระหว่างประเทศแบบ Door-to-Door พร้อมการสนับสนุนด้านพิธีการศุลกากร มีมาตรฐานระยะเวลาประมาณ 2–4 วัน ไม่รวมระยะเวลาดำเนินพิธีการศุลกากร

ข้อดี–ข้อเสียของการส่งพัสดุกับไปรษณีย์ไทย
ข้อดี
- มีบริการหลายระดับราคา: สามารถเลือกบริการให้เหมาะกับงบประมาณและความเร่งด่วน
- บางบริการไม่คิดน้ำหนักปริมาตร: เช่น ePacket และ EMS World อาจคุ้มค่าสำหรับกล่องขนาดใหญ่แต่น้ำหนักเบา
- มีระบบติดตามพัสดุ: ช่วยตรวจสอบความคืบหน้าของการจัดส่ง
- เหมาะกับพัสดุทั่วไป: โดยเฉพาะของขวัญและสินค้าที่ไม่ต้องส่งด่วน
ข้อเสีย
- บริการประหยัดอาจใช้เวลานาน: ไม่เหมาะกับสินค้าที่มีกำหนดส่งแน่นอน
- ต้องเตรียมข้อมูลศุลกากร: เช่น รายละเอียดสินค้า มูลค่า และเอกสารที่เกี่ยวข้อง
- ความคุ้มครองมีข้อจำกัด: แต่ละบริการมีเงื่อนไขการชดใช้แตกต่างกัน
- ระยะเวลาจัดส่งอาจเปลี่ยนแปลง: ขึ้นอยู่กับการตรวจสอบสินค้าของประเทศปลายทาง
เปรียบเทียบ SXD Express, FedEx และ UPS ต่างกันอย่างไร?
นอกจากไปรษณีย์ไทย ยังมีผู้ให้บริการขนส่งระหว่างประเทศอย่าง SXD Express, FedEx และ UPS ซึ่งมีจุดเด่นแตกต่างกัน
SXD Express เหมาะกับคนที่ต้องการส่งของต่างประเทศแบบครบวงจร
SXD Express เป็นผู้ให้บริการส่งพัสดุและเอกสารไปต่างประเทศ โดยเป็นตัวแทน DHL Reseller ในประเทศไทย มีบริการ Easy Shipping ที่ช่วยดูแลขั้นตอนการส่งออก ตั้งแต่การเข้ารับพัสดุ แพ็กสินค้า จัดเตรียมเอกสาร ไปจนถึงประสานงานการจัดส่งถึงปลายทาง
ข้อดี: มีบริการแพ็กของ ทำเอกสาร เคีลยร์ศุลกากร และให้คำปรึกษาเกี่ยวกับของที่ต้องการส่ง ถ้าส่งน้ำหนักเยอะจะคุ้มมาก
ข้อเสีย: ค่าส่งขึ้นอยู่กับน้ำหนัก ขนาดพัสดุ และประเทศปลายทาง
เหมาะกับบุคคลทั่วไป ร้านค้าออนไลน์ และธุรกิจ SME ที่ต้องการผู้ช่วยดูแลขั้นตอนการส่งออก โดยไม่ต้องจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง
FedEx เหมาะกับร้านค้าออนไลน์และ SME
FedEx มีบริการขนส่งต่างประเทศทั้งแบบเร่งด่วนและแบบประหยัดโดยบริการที่น่าสนใจนั่นคือ
- FedEx International Priority: ระยะเวลาทั่วไปประมาณ 1–2 วันทำการ
- FedEx International Priority Express: บริการนำจ่ายช่วงเช้าหรือเที่ยงวันในบางปลายทาง
- FedEx International Economy: ระยะเวลาทั่วไปประมาณ 2–5 วันทำการสำหรับตลาดหลัก
ข้อดี: มีบริการหลายระดับความรวดเร็ว ระบบติดตามพัสดุ และเครื่องมือจัดการเอกสารศุลกากร
ข้อเสีย: ค่าส่งขึ้นอยู่กับน้ำหนั และอาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม
เหมาะกับ: ร้านค้าออนไลน์ ธุรกิจ SME และผู้ที่ส่งสินค้าไปต่างประเทศเป็นประจำ
UPS เหมาะกับการส่งสินค้าและธุรกิจระหว่างประเทศ
UPS เป็นผู้ให้บริการขนส่งระหว่างประเทศที่มีบริการหลายระดับ พร้อมระบบติดตามและเครื่องมือสนับสนุนการจัดส่ง มีบริการหลัก ดังนี้
- UPS Worldwide Express: ประมาณ 1–3 วันทำการในเส้นทางที่รองรับ
- UPS Express Saver: บริการส่งด่วนภายใน 1 วัน แต่บางเส้นทางอาจใช้เวลาถึง 5 วันทำการ
- UPS Worldwide Expedited: ประมาณ 2–5 วันทำการในเส้นทางที่รองรับ
ข้อดี: มีตัวเลือกหลายระดับ และมีเครื่องมือช่วยเตรียมเอกสารศุลกากร
ข้อเสีย: มีการคิดน้ำหนักปริมาตร อาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม และบริการบางประเภทไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่
เหมาะกับร้านค้าออนไลน์ ธุรกิจ SME และผู้ที่ต้องการเปรียบเทียบบริการขนส่งระหว่างประเทศหลายระดับ
ตารางเปรียบเทียบขนส่งต่างประเทศ 4 เจ้า
เปรียบเทียบรูปแบบบริการ ระยะเวลาจัดส่ง และจุดเด่น เพื่อเลือกบริษัทขนส่งที่เหมาะกับคุณ
← เลื่อนตารางซ้าย–ขวาเพื่อดูข้อมูล →
| หัวข้อ | ไปรษณีย์ไทย |
SXD Express
บริการดูแลการส่งออก | FedEx | UPS |
|---|---|---|---|---|
| รูปแบบบริการ | ประหยัดและเร่งด่วน | ส่งด่วนพร้อมบริการดูแลการส่งออก | ด่วนและแบบ Economy | ด่วนและ Expedited |
| ระยะเวลาตัวอย่าง | 5–10 วัน EMS เอเชีย | 2–5 วัน | 1–2 วัน Priority | 1–3 วัน Express |
| ค่าส่ง | หลายระดับ | ตามรายละเอียดพัสดุ | ตามรายละเอียดพัสดุ | ตามรายละเอียดพัสดุ |
| น้ำหนักปริมาตร | บางบริการไม่คิด | มี | มี | มี |
| การติดตามสถานะ | มีตามบริการ | มี ✓ | มี | มี |
| เหมาะกับ | ส่งของทั่วไป | งานเร่งด่วน | ร้านค้าและ SME | ร้านค้าและ SME |
หมายเหตุ: ระยะเวลาจัดส่งเป็นตัวอย่าง ไม่ใช่การรับประกันวันนำจ่ายจริง ควรตรวจสอบเงื่อนไข ประเทศปลายทาง และค่าใช้จ่ายกับผู้ให้บริการก่อนจัดส่ง
ค่าส่งของไปต่างประเทศคิดจากอะไร?
การเปรียบเทียบ ค่าส่งของ ต้องพิจารณาทั้งประเทศปลายทาง น้ำหนัก ขนาดกล่อง ประเภทบริการ และค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม
SXD Express, FedEx และ UPS อาจคิดค่าส่งจากน้ำหนักปริมาตร
ส่งพัสดุแบบไหน ควรเลือกบริษัทใด?
ส่งของขวัญให้ครอบครัว: ถ้าไม่เร่งด่วน ให้เปรียบเทียบจากบริการประหยัดของไปรษณีย์ไทย อย่าง ePacket หรือ International Parcel
ส่งพัสดุแต่ไม่สะดวกแพ็กเอง: SXD Express เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะมีบริการ Easy Shipping ช่วยดูแลการแพ็ก เอกสาร และขั้นตอนการส่งออก
ส่งเอกสารสำคัญ: ควรเปรียบเทียบบริการด่วนของ SXD Express, FedEx, UPS และไปรษณีย์ไทย
ส่งสินค้าร้านค้าออนไลน์: ควรพิจารณาต้นทุนและความสะดวกในการจัดการพัสดุ โดย SXD Express Worldwide และ UPS Worldwide Expedited เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
ส่งอาหารแห้งหรือสินค้าควบคุม: ควรตรวจสอบข้อกำหนดนำเข้าของประเทศปลายทางก่อนทุกครั้ง โดยเฉพาะอาหารที่มีส่วนผสมจากสัตว์หรือสินค้าที่ต้องใช้เอกสารเพิ่มเติม
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: ไปรษณีย์ไทยส่งของกี่วันถึง?
- A: ขึ้นอยู่กับบริการและประเทศปลายทาง เช่น EMS World ส่งโดยประมาณ 5-10 วันทำการ โดยยังต้องเผื่อเวลาดำเนินพิธีการศุลกากร
- Q: ไปรษณีย์ไทย SXD Express FedEx และ UPS เจ้าไหนถูกที่สุด?
- A: ไม่มีบริษัทใดถูกที่สุดในทุกกรณี เพราะราคาขึ้นอยู่กับน้ำหนัก ขนาดกล่อง ประเทศปลายทาง และประเภทบริการ ควรตรวจสอบใบเสนอราคาจริงก่อนเลือกใช้บริการ
- Q: SXD Express กับ ไปรษณีย์ไทยต่างกันอย่างไร?
- A: ไปรษณีย์ไทยมีบริการหลายระดับตั้งแต่ประหยัดไปจนถึงส่งด่วน ส่วน SXD Express เน้นบริการพร้อมช่วยดูแลการแพ็กสินค้า การจัดเตรียมเอกสาร และให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการส่งออกผ่านบริการ Easy Shipping
ไปรษณีย์ไทยเหมาะกับผู้ที่ต้องการบริการหลายระดับราคา โดยเฉพาะการส่งพัสดุทั่วไปที่ไม่เร่งด่วน ส่วน SXD Express, FedEx และ UPS เป็นตัวเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการขนส่งด่วนหรือบริการจัดการการส่งออกเพิ่มเติม
การเลือกบริษัทขนส่งควรพิจารณา ราคาสุทธิ ระยะเวลาจัดส่ง และข้อกำหนดของสินค้า เพื่อให้เหมาะกับความต้องการมากที่สุด
เตรียมข้อมูลประเทศปลายทาง น้ำหนัก ขนาดกล่อง และประเภทสินค้าให้พร้อม แล้วเช็กค่าส่งก่อนจองบริการ



