
ภาพประกอบ: สร้างด้วย AI
Siam Delivery — ขนส่ง
ของห้ามส่งไปต่างประเทศ มีอะไรบ้าง เช็กก่อนส่งพัสดุ
แพ็กของเสร็จ จ่าหน้าซองพร้อมส่ง แต่พัสดุดันถูกตีกลับหรือถูกยึดที่ศุลกากร เพราะไม่รู้ว่าของชิ้นนั้นอยู่ในลิสต์ ของห้ามส่งไปต่างประเทศ หรือเป็นของที่ต้องขออนุญาตก่อน หลายคนเจอปัญหานี้ทั้งที่ของไม่ได้ผิดกฎหมายอะไรในไทยเลย บทความนี้จะช่วยแยกให้ชัดว่าอะไรห้ามเด็ดขาด อะไรส่งได้แต่ต้องมีเอกสาร และควรเช็กกับใครก่อนส่งของชิ้นสำคัญครับ
ของห้ามส่งไปต่างประเทศอัปเดต 3 พ.ย. 2569
⚡ สรุปใน 30 วินาที
- ประเด็นสำคัญสุด: ของต้องห้ามกับของต้องกำกัดไม่เหมือนกัน ของต้องห้ามส่งไม่ได้เลยไม่ว่ากรณีใด ส่วนของต้องกำกัดส่งได้ถ้ามีเอกสารและใบอนุญาตครบ
- สิ่งที่ต้องทำ/เงื่อนไข: เช็กประเภทสินค้า เอกสารที่เกี่ยวข้อง และกฎของประเทศปลายทางทุกครั้งก่อนแพ็กของลงกล่อง
- ข้อควรระวัง/ผลลัพธ์: ส่งของผิดประเภทเสี่ยงโดนยึด ตีกลับ หรือเสียเวลาที่ศุลกากรโดยไม่จำเป็น
สารบัญบทความ
ห้ามส่ง กับ ต้องขออนุญาต ต่างกันตรงไหน?
ของต้องห้าม vs ของต้องกำกัด ต่างกันยังไง
ก่อนส่งของไปต่างประเทศ สิ่งสำคัญที่ควรรู้คือ “ของต้องห้าม” และ “ของต้องกำกัด” ไม่เหมือนกัน เพราะสินค้าบางประเภทถูกห้ามส่งออกตามกฎหมาย ขณะที่สินค้าบางประเภทสามารถส่งได้ แต่ต้องมีใบอนุญาตหรือเอกสารเพิ่มเติมตามข้อกำหนด
ของต้องห้าม (Prohibited Goods)
ของต้องห้าม คือสินค้าที่กฎหมายกำหนดห้ามนำเข้าหรือส่งออกโดยเด็ดขาด ไม่สามารถใช้ใบอนุญาตทั่วไปเพื่อส่งออกได้
ของต้องกำกัด (Restricted Goods)
ของต้องกำกัด คือสินค้าที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกฎหมาย อาจส่งออกได้เมื่อมีใบอนุญาต ใบรับรอง หรือปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดครบถ้วน
สรุปง่าย ๆ คือ
🚫 ของต้องห้าม: กฎหมายห้ามนำเข้าหรือส่งออกโดยเด็ดขาด
✅ ของต้องกำกัด: อาจส่งได้ แต่ต้องตรวจสอบเงื่อนไขและเตรียมเอกสารให้ครบก่อนส่ง
TIPS ถ้าไม่แน่ใจว่าสินค้าที่กำลังจะส่งเข้าข่ายประเภทไหน แนะนำให้ตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ให้บริการขนส่งก่อนแพ็กพัสดุ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงสินค้าติดด่านหรือถูกตีกลับ
ของต้องห้ามส่งออกมีอะไรบ้าง?
ของห้ามส่งไปต่างประเทศ มีอะไรบ้าง
ของต้องห้ามส่งไปต่างประเทศ คือสิ่งที่กฎหมายห้ามส่งออกแบบไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าจะมีใบอนุญาตหรือเอกสารอะไรมาก็ตาม กลุ่มหลักที่เจอบ่อยคือ ยาเสพติด สื่อลามกอนาจาร สินค้าปลอมหรือละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ธนบัตรและเหรียญปลอม รวมถึงสัตว์ป่าสงวนและสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอนุสัญญา CITES ของกลุ่มนี้ถ้าตรวจเจอ พัสดุจะถูกยึดทันทีและอาจมีความผิดทางกฎหมายตามมาด้วยครับ

ภาพประกอบ: สร้างด้วย AI
ของต้องห้ามหลักที่พบบ่อย
- ยาเสพติด: ทุกชนิดไม่ว่าจะปริมาณน้อยแค่ไหนก็ห้ามส่งเด็ดขาด
- สื่อลามกอนาจาร: รวมถึงสื่อสิ่งพิมพ์และไฟล์ที่บรรจุไปกับพัสดุ
- ของปลอม/ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา: สินค้าแบรนด์เลียนแบบหรือของก๊อบที่ใช้โลโก้ดัง
- ธนบัตรและเหรียญปลอม: รวมถึงเอกสารทางการเงินปลอมทุกประเภท
- สัตว์ป่าสงวน/สินค้าเกี่ยวกับ CITES: เช่น งาช้าง หนังสัตว์ป่า ซากสัตว์คุ้มครอง
ของกลุ่มนี้ไม่มีทางส่งได้เลยไม่ว่าจะพยายามหาใบอนุญาตจากที่ไหน เพราะกฎหมายกำหนดห้ามส่งออกไว้ชัดเจนตามหลักการควบคุมของกรมศุลกากร
ต่างจากของต้องกำกัดตรงที่ไม่มี "ทางออก" ให้ส่งได้ถูกกฎหมายเลยครับ
TIPS ถ้าไม่แน่ใจว่าสินค้าที่จะส่งเข้าข่ายของต้องห้ามหรือเปล่า ให้เช็กกับทีมขนส่งก่อนแพ็กของจริงเสมอ
ของแบบไหนต้องขอใบอนุญาต?
ของต้องกำกัดที่ต้องขออนุญาตก่อนส่ง
ของต้องกำกัด คือสินค้าที่ส่งออกได้ถ้ามีเอกสารหรือใบอนุญาตครบถ้วน กลุ่มที่พบบ่อยได้แก่ อาหาร ยา เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ พืชและเมล็ดพันธุ์ สุรา ยาสูบ โดรน วิทยุสื่อสาร อาวุธปืนและเครื่องกระสุน วัตถุระเบิด และดอกไม้เพลิง แต่ละชนิดต้องขอใบอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนส่งออกทุกครั้งครับ
กลุ่มของต้องกำกัดที่เจอบ่อย
- อาหารและยา: ต้องมีเอกสารจากหน่วยงานที่กำกับดูแลสินค้านั้นในไทย
- เครื่องสำอาง/เครื่องมือแพทย์: บางประเทศปลายทางขอใบรับรองส่วนผสมเพิ่มเติม
- พืชและเมล็ดพันธุ์: ต้องเช็กเงื่อนไขกักกันพืชของประเทศปลายทางก่อนส่ง
- สุรา/ยาสูบ: มีโควตาและภาษีเฉพาะ ต้องแจ้งศุลกากรตามจริง
- โดรน/วิทยุสื่อสาร: ต้องขออนุญาตจากหน่วยงานกำกับความถี่ของปลายทาง
- อาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง: ต้องมีใบอนุญาตเฉพาะทาง และมักส่งได้จำกัดมาก
เอกสารที่ต้องเตรียมส่วนใหญ่คือใบอนุญาตนำเข้า-ส่งออกจากหน่วยงานไทยที่กำกับสินค้านั้น ๆ
รวมถึงเอกสารรับรองจากประเทศปลายทางที่บางครั้งต้องขอล่วงหน้าหลายอาทิตย์
ถ้าส่งพืชหรือสินค้าเกษตรไปสหรัฐฯ ควรเช็กเงื่อนไขของหน่วยงานกักกันโรคพืชปลายทางให้ละเอียดก่อนแพ็กของจริงครับ
ของขายได้ในไทย แต่ส่งออกไม่ได้?
ตัวอย่างของที่คนมักเข้าใจผิดว่าส่งได้
สมมติว่าร้านค้าออนไลน์ขายอาหารเสริมและเครื่องสำอางในไทยได้ปกติ แต่พอส่งไปต่างประเทศกลับถูกตีกลับ เพราะบางประเทศจัดอาหารเสริมเป็นยาที่ต้องขึ้นทะเบียนก่อน หรือเครื่องสำอางบางส่วนผสมอยู่ในลิสต์ควบคุมของปลายทาง เมล็ดพันธุ์ก็เช่นกัน ดูเป็นของธรรมดาแต่หลายประเทศห้ามนำเข้าเพราะกลัวโรคพืชปนเปื้อนครับ

ภาพประกอบ: สร้างด้วย AI
เคสร้านค้าออนไลน์ (ตัวอย่างสมมติ)
สมมติว่าร้านค้าออนไลน์ของคุณขายครีมบำรุงผิวและอาหารเสริมวิตามิน ขายดีในไทยมาตลอด
พอมีลูกค้าต่างประเทศสั่งซื้อ กลับพบว่าอาหารเสริมถูกจัดเป็นยาในประเทศปลายทาง ต้องขึ้นทะเบียนก่อนนำเข้าถึงจะผ่านด่านได้
เครื่องสำอางบางสูตรก็มีส่วนผสมที่ประเทศปลายทางควบคุมเข้มกว่าไทย ต้องมีใบรับรองส่วนผสมแนบไปด้วย
อีกตัวอย่างที่คนพลาดคือเมล็ดพันธุ์พืช ดูเหมือนของธรรมดาแต่หลายประเทศ เช่น สหรัฐฯ มีเงื่อนไขกักกันพืชเฉพาะสำหรับสินค้าเกษตรที่ส่งทางพัสดุด่วน
ของพวกนี้ไม่ได้อยู่ในลิสต์ของห้ามส่งไปต่างประเทศ แต่ติดเงื่อนไขปลายทางที่ต้องเช็กทุกครั้ง
ของในไทยขายถูกกฎหมาย ไม่ได้แปลว่าส่งออกไปต่างประเทศได้เสมอไปครับ
TIPS ก่อนส่งสินค้ากลุ่มนี้ ลองถ่ายรูปสินค้าและส่งรายละเอียดให้ทีมขนส่งช่วยเช็กก่อนแพ็กจริงจะได้ไม่เสียเวลาส่ง
ก่อนส่งต้องเช็กอะไรบ้าง?
เช็กลิสต์ก่อนส่งพัสดุไปต่างประเทศ
ก่อนแพ็กของทุกครั้ง ให้เช็ก 4 เรื่องหลัก คือ ตรวจประเภทสินค้าว่าเป็นของต้องห้ามหรือของต้องกำกัดไหม เช็กกฎของประเทศปลายทางเพราะแต่ละที่ไม่เหมือนกัน เตรียมเอกสารหรือใบอนุญาตให้ครบ และสอบถามทีมขนส่งก่อนส่งของจริง ทำตามลำดับนี้ช่วยลดความเสี่ยงพัสดุถูกยึดหรือตีกลับได้มากครับ
ขั้นตอนเช็กก่อนส่งของจริง
- ตรวจประเภทสินค้า: ดูว่าของที่จะส่งเข้าข่ายของต้องห้ามหรือของต้องกำกัดตามรายการของกรมศุลกากรหรือไม่
- เช็กกฎปลายทาง: แต่ละประเทศมีเงื่อนไขไม่เหมือนกัน บางอย่างส่งจากไทยได้แต่ปลายทางห้ามรับ
- เตรียมเอกสาร: ใบอนุญาต ใบรับรอง หรือใบแจ้งมูลค่าสินค้าสำหรับศุลกากรให้ครบก่อนแพ็ก
- สอบถามทีมขนส่ง: แจ้งรายละเอียดสินค้าและประเทศปลายทางให้ทีมช่วยเช็กก่อนส่งจริง
เอกสารที่ควรเตรียมไว้ล่วงหน้ามีดังนี้
- ชื่อ – ที่อยู่ – เบอร์ผู้รับ: เขียนเป็นภาษาอังกฤษให้ชัดเจน
- รายการสินค้าและมูลค่า: ระบุให้ตรงกับของจริงเพื่อใช้ตรวจสอบที่ศุลกากร
- ใบอนุญาตเฉพาะ: เช่น ใบอนุญาตส่งออกพืช ยา หรือเครื่องสำอาง ถ้าสินค้าเข้าข่ายของต้องกำกัด
TIPS ถ้าไม่แน่ใจว่าสินค้าของคุณอยู่กลุ่มไหน ลองอ่านเทคนิคการส่งของไปต่างประเทศในบทความของเราเพิ่มเติมก่อนแพ็กของจริงครับ
ส่งผิดประเภทแล้วจะเป็นยังไง?
ถ้าส่งของผิดประเภทจะเกิดอะไรขึ้น
ถ้าส่งของต้องห้ามหรือของต้องกำกัดโดยไม่มีใบอนุญาต พัสดุมักถูกยึดที่ด่านศุลกากรหรือตีกลับไปยังผู้ส่ง บางกรณีล่าช้าหลายสัปดาห์กว่าจะได้คำตอบ และถ้าเป็นของต้องห้ามจริง ๆ อาจมีความผิดทางกฎหมายตามมาด้วย ทางที่ดีคือเช็กประเภทสินค้าให้ชัดก่อนส่งทุกครั้งครับ

ภาพประกอบ: สร้างด้วย AI
ผลที่ตามมาเมื่อส่งของผิดประเภท
เมื่อศุลกากรตรวจเจอของต้องห้ามหรือของต้องกำกัดที่ไม่มีเอกสาร พัสดุจะถูกกักไว้ที่ด่านทันที
สิ่งที่จะเกิดขึ้นมีดังนี้
- ยึดพัสดุ: ของต้องห้ามอย่างยาเสพติดหรือของปลอมจะถูกยึดและทำลายทันที
- ตีกลับผู้ส่ง: ของต้องกำกัดที่เอกสารไม่ครบ มักถูกส่งกลับต้นทางแทนที่จะส่งต่อ
- ล่าช้าที่ด่าน: บางครั้งพัสดุถูกเก็บไว้ตรวจสอบนานหลายวันถึงหลายสัปดาห์
- มีความผิดทางกฎหมาย: กรณีของต้องห้ามร้ายแรง ผู้ส่งอาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมายศุลกากรได้
ข้อควรระวัง ก่อนส่งสินค้าที่ไม่แน่ใจ ให้เก็บหลักฐานการแพ็ก ใบเสร็จ และเลขพัสดุไว้เสมอ เผื่อต้องใช้ตรวจสอบย้อนหลังกับทีมขนส่งครับ
ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือเช็กประเภทสินค้าและกฎปลายทางให้ชัดก่อนแพ็ก แล้วส่งรายละเอียดให้ทีมช่วยตรวจสอบเบื้องต้น ป้องกันปัญหาตั้งแต่ต้นทางครับ
อ่านต่อ
อ่านเพิ่มเติม
เช็กลิสต์
ตารางสรุป 3 กลุ่มสินค้า ก่อนส่งพัสดุไปต่างประเทศ
| กลุ่มสินค้า | ตัวอย่างที่พบบ่อย | สิ่งที่ต้องทำก่อนส่ง |
|---|---|---|
| ห้ามส่งเด็ดขาด | ยาเสพติด สื่อลามก ของปลอม/ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ธนบัตรหรือเหรียญปลอม สัตว์ป่าสงวน/สินค้าเกี่ยวข้อง CITES | ห้ามส่งทุกกรณี ไม่มีข้อยกเว้นแม้มีเอกสารใด ๆ |
| ต้องตรวจสอบ/อาจต้องมีใบอนุญาต | อาหาร ยา เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ พืชและเมล็ดพันธุ์ สุรา ยาสูบ โดรน วิทยุสื่อสาร อาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง | ขอใบอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ครบก่อนส่งทุกครั้ง |
| ส่งได้แต่ต้องดูเงื่อนไขปลายทาง | อาหารเสริม เครื่องสำอางบางชนิด เมล็ดพันธุ์ สินค้าที่ถูกกฎหมายในไทยแต่ปลายทางควบคุม | เช็กกฎประเทศปลายทางและเงื่อนไขผู้ให้บริการขนส่งก่อนแพ็ก ทักไลน์ให้ทีมช่วยตรวจสอบได้ |
FAQ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
สินค้าที่ขายถูกกฎหมายในไทย ส่งออกไปต่างประเทศได้เลยไหม
ไม่เสมอไปครับ เพราะกฎหมายของประเทศปลายทางและเงื่อนไขของผู้ให้บริการขนส่งอาจต่างจากกฎหมายไทย สินค้าบางอย่างขายได้ปกติในไทยแต่ติดลิสต์ควบคุมที่ปลายทาง จึงต้องเช็กทั้งสองฝั่งก่อนส่งทุกครั้ง
ถ้าไม่แน่ใจว่าสินค้าจัดอยู่กลุ่มไหน ควรเช็กกับใครก่อน
แนะนำให้สอบถามกรมศุลกากรไทยหรือหน่วยงานที่กำกับดูแลสินค้านั้นโดยตรง และแจ้งรายละเอียดสินค้าให้ทีมขนส่งช่วยตรวจสอบเบื้องต้นก่อนแพ็กของจริง จะช่วยลดความเสี่ยงได้มาก
ใบอนุญาตส่งออกสินค้าควบคุมต้องขอล่วงหน้ากี่วัน
ระยะเวลาขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่ออกใบอนุญาตแต่ละประเภทซึ่งไม่มีกำหนดตายตัว ทางที่ดีคือเตรียมเอกสารและติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องล่วงหน้าให้เพียงพอก่อนวันที่ต้องการส่งของจริง
สินค้ามูลค่าสูงอย่างศิลปวัตถุหรือพระพุทธรูป ต้องเตรียมเอกสารอะไรเพิ่ม
สินค้ากลุ่มนี้มักต้องมีเอกสารรับรองแหล่งที่มาและใบอนุญาตส่งออกเฉพาะทาง แนะนำให้เช็กรายละเอียดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและทีมขนส่งก่อนส่งทุกครั้ง
ถ้าพัสดุถูกยึดที่ด่านศุลกากร จะเคลมความเสียหายได้ไหม
เรื่องเงื่อนไขเคลมและวงเงินชดเชยขึ้นอยู่กับแต่ละกรณี แนะนำให้เก็บหลักฐานตอนแพ็ก ใบเสร็จ และเลขพัสดุไว้เสมอ แล้วสอบถามเงื่อนไขเคลมกับทีมก่อนส่งของมีค่าทุกครั้ง
บทสรุป
เช็กของห้ามส่งไปต่างประเทศให้ชัวร์ ก่อนแพ็กพัสดุทุกครั้ง
ไม่แน่ใจว่าสินค้าที่จะส่งเข้าข่ายของต้องห้ามหรือของต้องกำกัดไหม ส่งรูปสินค้า รายละเอียด ประเทศปลายทาง น้ำหนัก และประเภทสินค้ามาให้ทีม Siam Delivery ช่วยตรวจสอบเบื้องต้นก่อนแพ็กได้เลยครับ (ทั้งนี้ทีมช่วยเช็กเบื้องต้นเท่านั้น ไม่รับประกันผลการตรวจปล่อยจากศุลกากรหรือการอนุมัติจากหน่วยงานรัฐ)
สรุปง่าย ๆ ว่าของห้ามส่งไปต่างประเทศแบ่งเป็นสองกลุ่มหลัก คือของต้องห้ามที่ห้ามส่งเด็ดขาดไม่มีข้อยกเว้น เช่น ยาเสพติด สื่อลามก ของปลอม และสัตว์ป่าสงวน กับของต้องกำกัดที่ส่งได้ถ้ามีใบอนุญาตครบ เช่น อาหาร ยา เครื่องสำอาง และพืชเมล็ดพันธุ์. สิ่งที่มักทำให้พลาดคือคิดว่าของขายได้ในไทยก็ส่งออกได้เสมอ ทั้งที่กฎของประเทศปลายทางและผู้ให้บริการขนส่งอาจเข้มงวดกว่า. ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือเช็กประเภทสินค้า เตรียมเอกสารให้ครบ และสอบถามทีมขนส่งก่อนแพ็กของจริงทุกครั้ง จะช่วยลดความเสี่ยงพัสดุถูกยึดหรือตีกลับได้มาก
- ของต้องห้าม: ห้ามส่งเด็ดขาด ไม่มีข้อยกเว้นไม่ว่าจะมีเอกสารอะไรมา เช่น ยาเสพติด ของปลอม สัตว์ป่าสงวน
- ของต้องกำกัด: ส่งได้ถ้ามีใบอนุญาตครบ เช่น อาหาร ยา เครื่องสำอาง พืชและเมล็ดพันธุ์
- เข้าใจผิดบ่อย: สินค้าขายถูกกฎหมายในไทยอาจถูกควบคุมหรือห้ามที่ประเทศปลายทาง
- เช็กก่อนส่งเสมอ: ตรวจประเภทสินค้า กฎปลายทาง เอกสาร และสอบถามทีมขนส่งก่อนแพ็กจริง
- ส่งผิดประเภท: เสี่ยงพัสดุถูกยึด ตีกลับ หรือล่าช้าที่ด่านศุลกากร


