พิกัดศุลกากรต้องเสียภาษีไหมแล้วต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง

ภาพประกอบ: สร้างด้วย AI

Siam Delivery — ขนส่ง

พิกัดศุลกากรต้องเสียภาษีไหมแล้ว
ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง

ส่งของไปต่างประเทศแล้วโดนเรียกเก็บภาษีแบบไม่ทันตั้งตัว หรือพัสดุค้างที่ด่านเพราะเอกสารไม่ครบ ปัญหานี้มักเริ่มจากไม่รู้จักว่าพิกัดศุลกากรคืออะไร ต้องเสียภาษีนำเข้าตอนไหน และเอกสารที่ต้องเตรียมมีอะไรบ้าง

พิกัดศุลกากรอัปเดต 15 ต.ค. 2569

⚡ สรุปใน 30 วินาที

  • พิกัดศุลกากรคือรหัสจำแนกสินค้าที่ใช้คำนวณภาษีนำเข้า-ส่งออก ต้องเช็กให้ตรงก่อนส่งทุกครั้ง
  • เอกสารที่ต้องเตรียมคือใบกำกับสินค้า รายการสินค้าและมูลค่า และข้อมูลผู้รับเป็นภาษาอังกฤษให้ครบ
  • ใส่พิกัดผิดหรือเอกสารไม่ครบ อาจทำให้พัสดุค้างที่ด่านหรือเสียภาษีเกินจริง ต้องตรวจสอบก่อนส่งเสมอ

พิกัดศุลกากรคืออะไร ?

พิกัดศุลกากร คืออะไร

คือรหัสตัวเลขมาตรฐานสากลที่ใช้จำแนกประเภทสินค้า อิงตามระบบฮาร์โมไนซ์ (Harmonized System) ที่หลายประเทศทั่วโลกใช้ร่วมกัน กรมศุลกากรไทยใช้พิกัดนี้คำนวณอัตราภาษีนำเข้า-ส่งออกของแต่ละสินค้า ผู้ส่งของต้องรู้พิกัดศุลกากรก่อนส่งทุกครั้ง เพราะมีผลตรงต่อภาษีที่ต้องจ่ายและเอกสารที่ต้องเตรียมครับ

รหัสที่สินค้าทุกชิ้นต้องมี

สินค้าที่ส่งข้ามประเทศทุกชิ้น ต้องมีพิกัดกำกับ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องสำอาง หรือของใช้ไฟฟ้า

พิกัดนี้บอกว่าสินค้าอยู่หมวดไหน อัตราภาษีเท่าไหร่ และต้องใช้เอกสารอะไรเพิ่มเติมหรือไม่

กรมศุลกากรมีระบบสืบค้นพิกัดอัตราศุลกากรให้ผู้ส่งออกตรวจสอบได้เองผ่านเว็บไซต์ทางการ

ทำไมต้องเช็กก่อนส่งทุกครั้ง

ถ้าใส่พิกัดผิด สินค้าอาจถูกตีความเป็นคนละประเภท ทำให้ภาษีที่ต้องจ่ายเปลี่ยนไป หรือพัสดุค้างด่านเพราะต้องตรวจสอบเพิ่ม

รู้พิกัดก่อนส่ง เท่ากับลดความเสี่ยงของพัสดุตกค้างได้มาก

ร้านค้าออนไลน์ที่ส่งสินค้าหลายประเภทในออเดอร์เดียว ควรเช็กพิกัดของสินค้าแต่ละชิ้นแยกกัน เพราะแต่ละประเภทอาจมีอัตราภาษีที่ต่างกันครับ

เสียภาษีนำเข้าไหม ?

ต้องเสียภาษีนำเข้าไหม เช็กจากพิกัดศุลกากรยังไง

สินค้าจะต้องเสียภาษีนำเข้ามั้ย ขึ้นอยู่กับพิกัดและประเทศปลายทางที่ส่งไปครับ วิธีเช็กที่ง่ายที่สุดคือค้นหาผ่านเว็บไซต์กรมศุลกากร ซึ่งจะแสดงอัตราภาษีของสินค้าแต่ละประเภท ผู้ส่งควรเช็กทุกครั้งก่อนส่งสินค้าไปต่างประเทศ เพื่อแจ้งลูกค้าปลายทางล่วงหน้าครับ

คนกำลังเปิดคอมพิวเตอร์ค้นหาพิกัดศุลกากรของสินค้า

ภาพประกอบ: สร้างด้วย AI

เช็กยังไงให้ชัวร์?

เข้าเว็บไซต์กรมศุลกากร แล้วใช้ระบบค้นหาพิกัดอัตราศุลกากรเพื่อหาพิกัดของสินค้าที่จะส่ง

กรอกชื่อสินค้าหรือรายละเอียดให้ตรง ระบบจะแสดงรหัสพิกัดและอัตราภาษีที่เกี่ยวข้อง

ตัวอย่างร้านค้าออนไลน์

สมมติว่าคุณเปิดร้านขายเครื่องประดับออนไลน์ แล้วมีลูกค้าสั่งซื้อจากต่างประเทศเป็นครั้งแรก

ก่อนส่ง ควรเช็กพิกัดของเครื่องประดับก่อน เพื่อที่จะได้รู้ว่าปลายทางจะเก็บภาษีนำเข้าเท่าไหร่ จะได้แจ้งลูกค้าล่วงหน้าก่อนรับของ

TIPS เช็กพิกัดศุลกากรก่อนตั้งราคาขายต่างประเทศ ช่วยให้คำนวณต้นทุนได้แม่นยำขึ้นครับ

ภาษีนำเข้าของแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน ถึงสินค้าจะอยู่พิกัดเดียวกัน ก็ควรเช็กทั้งพิกัดและนโยบายของประเทศปลายทางควบคู่กันไปด้วยครับ

ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ?

เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับพิธีการศุลกากร

เอกสารหลักที่ต้องเตรียมสำหรับพิธีการศุลกากร นั่นก็คือ ใบกำกับสินค้า รายการสินค้าพร้อมมูลค่าและข้อมูลผู้รับเป็นภาษาอังกฤษให้ครบถ้วน เอกสารเหล่านี้ใช้ประกอบการตรวจสอบพิกัดและคำนวณภาษีที่ด่านปลายทาง เตรียมให้ครบตั้งแต่แรกจะช่วยลดโอกาสพัสดุค้างตรวจได้มากครับ

เช็กลิสต์เอกสารก่อนส่ง

ก่อนส่งของไปต่างประเทศ เตรียมเอกสารให้ครบตามนี้

  • ใบกำกับสินค้า (Invoice): ระบุชื่อสินค้า จำนวน และมูลค่าที่ตรงกับความเป็นจริง
  • รายการสินค้าและมูลค่า: ใช้ประกอบการคำนวณภาษีนำเข้า
  • ชื่อ-ที่อยู่-เบอร์ผู้รับ: เขียนเป็นภาษาอังกฤษให้ครบ ไม่ย่อจนเจ้าหน้าที่อ่านไม่ออก
  • ประเภทสินค้า: ระบุให้ชัดว่าเป็นของใช้ส่วนตัว ของขาย หรือตัวอย่างสินค้า

เอกสารที่ประเทศปลายทางกำหนดเพิ่มเติมเฉพาะ เช่น ใบรับรองบางประเภทสินค้า ยังไม่มีข้อมูลยืนยันแน่ชัดในทุกประเทศ ควรทักทีมเช็กก่อนส่งทุกครั้งครับ

ความสำคัญของมูลค่าที่แจ้ง

มูลค่าที่แจ้งในเอกสารต้องตรงกับราคาจริงที่ซื้อขาย เพราะเจ้าหน้าที่ศุลกากรใช้ตัวเลขนี้คำนวณภาษีของสินค้า

TIPS แจ้งมูลค่าต่ำกว่าความจริงเพื่อลดภาษี เสี่ยงโดนตรวจสอบและพัสดุค้างด่านนานขึ้นครับ

DHL FedEx Lazada ต่างไหม ?

ส่งผ่าน DHL, FedEx, Lazada ต่างกันตรงไหน

การดำเนินพิธีการศุลกากรของ DHL, FedEx และ Lazada ต่างกันที่ขั้นตอนตรวจสอบเอกสารและผู้รับผิดชอบเรื่องภาษี คนที่ส่งผ่านบริษัทขนส่งระหว่างประเทศต้องเตรียมใบกำกับสินค้าให้ถูกต้องตั้งแต่แรก ส่วนคำสั่งซื้อผ่านแพลตฟอร์ม E-Commerce อย่าง Lazada มักให้แพลตฟอร์มช่วยดำเนินการบางส่วน แต่ผู้ส่งยังต้องตรวจสอบพิกัดสินค้าด้วยตัวเองครับ

พนักงานกำลังแพ็กกล่องพัสดุเตรียมส่งผ่านเครือข่ายขนส่งระหว่างประเทศ

ภาพประกอบ: สร้างด้วย AI

ส่งผ่านตัวแทนขนส่งระหว่างประเทศ

เมื่อส่งผ่าน DHL หรือ FedEx ทีมงานจะช่วยดำเนินพิธีการศุลกากรให้บางส่วน แต่ผู้ส่งเองต้องกรอกพิกัดและมูลค่าสินค้าให้ถูกต้องในใบกำกับสินค้าก่อนส่งครับ

  • เอกสารที่ DHL ต้องการ: ใบกำกับสินค้า (Invoice) พร้อมรายการสินค้าและมูลค่า
  • เอกสารที่ FedEx ต้องการ: ข้อมูลผู้รับเป็นภาษาอังกฤษครบถ้วน และประเภทสินค้าที่ชัดเจน
  • หน้าที่ของผู้ส่ง: ตรวจพิกัดศุลกากรให้ตรงกับสินค้าจริง ลดโอกาสพัสดุค้างตรวจที่ด่าน

ส่งผ่านแพลตฟอร์ม E-Commerce

คำสั่งซื้อที่ส่งผ่าน Lazada มักดำเนินการร่วมกับบริษัทขนส่งที่แพลตฟอร์มใช้งาน แต่ผู้ขายก็ต้องระบุพิกัดและมูลค่าสินค้าให้ตรงความจริงทุกครั้ง

TIPS ก่อนเลือกช่องทางส่ง ลองถามทีมขนส่งว่าการดำเนินพิธีการศุลกากร dhl หรือช่องทางอื่นต้องเตรียมเอกสารเพิ่มอะไรบ้าง จะได้ไม่เสียเวลาแก้ไขทีหลังครับ

เช็กพิกัดเองยังไง ?

ขั้นตอนตรวจสอบพิกัดศุลกากรด้วยตัวเอง

การตรวจสอบพิกัดศุลกากรด้วยตัวเองทำได้ผ่านระบบค้นหาพิกัดอัตราศุลกากรของกรมศุลกากร เพียงกรอกชื่อสินค้าหรือรายละเอียดที่ใกล้เคียง ระบบจะแสดงรหัสพิกัดและอัตราภาษีที่เกี่ยวข้อง ผู้ส่งควรทำขั้นตอนนี้ก่อนส่งของทุกครั้ง เพื่อยืนยันว่าพิกัดที่ใช้ถูกต้องตรงกับสินค้าจริงครับ

เช็กพิกัดศุลกากรก่อนส่งของจริง

ระบบค้นหาพิกัดอัตราศุลกากรของกรมศุลกากรช่วยให้ผู้ส่งตรวจสอบพิกัดได้เอง ไม่ต้องรอให้บริษัทขนส่งแจ้งทีหลังครับ

  1. เข้าเว็บไซต์กรมศุลกากร: เปิดหน้าบริการค้นหาพิกัดอัตราศุลกากรที่กรมศุลกากรจัดทำไว้
  2. กรอกชื่อสินค้า: ระบุชื่อหรือคำอธิบายสินค้าให้ใกล้เคียงของจริงมากที่สุด
  3. ตรวจผลลัพธ์: อ่านรหัสพิกัดศุลกากรที่ระบบแสดง พร้อมอัตราภาษีที่เกี่ยวข้อง
  4. เทียบกับสินค้าจริง: ตรวจว่าคำอธิบายของพิกัดตรงกับลักษณะสินค้าที่จะส่งไหม
  5. บันทึกรหัสไว้ใช้งาน: เก็บรหัสพิกัดศุลกากรไว้กรอกในใบกำกับสินค้าตอนส่งของจริง

TIPS ถ้าสินค้ามีหลายชิ้นในกล่องเดียวกัน ให้เช็กพิกัดศุลกากรของสินค้าแต่ละประเภทแยกกัน เพราะแต่ละชิ้นอาจมีรหัสและอัตราภาษีไม่เหมือนกันครับ

ถ้าค้นแล้วยังไม่มั่นใจว่าพิกัดที่เลือกตรงกับสินค้าจริงไหม ทักทีมงานให้ช่วยเช็กซ้ำก่อนส่งของจะปลอดภัยกว่าครับ

พลาดตรงไหนบ้าง ?

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเรื่องพิกัดศุลกากร

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเรื่องพิกัดศุลกากร คือใส่รหัสพิกัดผิดประเภท เอกสารไม่ครบ และแจ้งมูลค่าสินค้าไม่ตรงกับความจริง ความผิดพลาดเหล่านี้ทำให้พัสดุค้างตรวจที่ด่านหรือถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มภายหลัง ผู้ส่งควรตรวจสอบพิกัดศุลกากรและเอกสารให้ครบถ้วนก่อนส่งทุกครั้งครับ

มือกำลังตรวจสอบเอกสารใบกำกับสินค้าและใบตราส่งก่อนส่งพัสดุ

ภาพประกอบ: สร้างด้วย AI

ความผิดพลาดที่เจอบ่อย

หลายครั้งปัญหาพัสดุค้างด่านหรือถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่ม มาจากความผิดพลาดเล็กๆที่ป้องกันได้ตั้งแต่แรกเลยครับ

  • ใส่พิกัดผิดประเภท: เลือกรหัสพิกัดศุลกากรที่ไม่ตรงกับลักษณะสินค้าจริง ทำให้คำนวณภาษีผิด
  • เอกสารไม่ครบ: ขาดใบกำกับสินค้าหรือข้อมูลผู้รับภาษาอังกฤษ ทำให้ด่านต้องเรียกเอกสารเพิ่ม
  • มูลค่าสินค้าไม่ตรง: แจ้งมูลค่าต่ำกว่าความจริงเพื่อลดภาษี เสี่ยงถูกตรวจสอบย้อนหลัง
  • ไม่ระบุประเภทสินค้าชัดเจน: เขียนชื่อสินค้าคลุมเครือ ทำให้เจ้าหน้าที่ตีความพิกัดศุลกากรผิด

สมมติว่าคุณเป็นแม่ค้าออนไลน์ส่งเสื้อผ้าไปต่างประเทศ แต่แจ้งมูลค่าสินค้าต่ำกว่าราคาขายจริงเพื่อลดภาษี แบบนี้เสี่ยงถูกด่านตรวจสอบย้อนหลังและอาจเสียค่าปรับเพิ่มนะ

ทางที่ดีที่สุดคือตรวจพิกัดศุลกากรและกรอกมูลค่าตามความจริงทุกครั้ง แล้วเก็บหลักฐานใบเสร็จและรูปตอนแพ็กไว้เผื่อใช้ยืนยันภายหลังครับ

เช็กลิสต์

ปัจจัยที่มีผลต่อค่าส่งและพิกัดศุลกากร

ปัจจัยมีผลยังไงสิ่งที่ต้องเตรียม/วิธีจัดการ
น้ำหนักจริงยิ่งหนักยิ่งกระทบต้นทุนขนส่ง และอาจเปลี่ยนพิกัดศุลกากรที่ใช้คำนวณภาษีชั่งน้ำหนักให้แม่นก่อนแพ็ก แจ้งน้ำหนักจริงในเอกสารให้ตรง
น้ำหนักตามปริมาตรกล่องใหญ่แต่เบาอาจถูกคิดเป็นน้ำหนักปริมาตรแทนน้ำหนักจริงเลือกกล่องขนาดพอดีกับสินค้า ลดพื้นที่ว่างในกล่อง
ประเทศปลายทางแต่ละประเทศมีอัตราภาษีนำเข้าและเงื่อนไขพิกัดศุลกากรต่างกันเช็กพิกัดศุลกากรและกฎศุลกากรของประเทศปลายทางก่อนส่งทุกครั้ง
ประเภทสินค้าสินค้าบางประเภทต้องใช้พิกัดศุลกากรเฉพาะ และอาจมีเอกสารเพิ่มเติมระบุประเภทสินค้าและมูลค่าให้ชัดเจนในใบกำกับสินค้า
ความเร็วในการจัดส่งบริการส่งด่วนกับส่งธรรมดามีขั้นตอนพิธีการศุลกากรที่ต่างกันเลือกบริการให้เหมาะกับความเร็วที่ต้องการ แล้วทักทีมให้ช่วยคำนวณค่าส่งจริง

FAQ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

สามารถค้นหาข้อมูลพิกัดอัตราศุลกากรและระบบค้นหาพิกัดได้จากเว็บไซต์กรมศุลกากรโดยตรง ซึ่งรวบรวมข้อมูลที่ใช้อ้างอิงประกอบการส่งสินค้าระหว่างประเทศไว้ครบถ้วนครับ

แนะนำให้ใช้ระบบค้นหาพิกัดอัตราศุลกากรของกรมศุลกากรเพื่อหารหัสที่ตรงกับสินค้า หากยังไม่มั่นใจ ควรทักทีมงานผู้ให้บริการขนส่งให้ช่วยตรวจสอบก่อนส่งของจริงครับ

เรื่องเงื่อนไขเคลมและวงเงินชดเชยแยกจากภาษีนำเข้า ผู้ส่งควรเก็บหลักฐานการแพ็ก ใบเสร็จ และเลขพัสดุไว้เสมอ แล้วสอบถามเงื่อนไขเคลมกับทีมก่อนส่งของมีค่าครับ

บทสรุป

เช็กพิกัดศุลกากรให้ชัวร์ ก่อนส่งของไปต่างประเทศกับเรา

หากยังไม่มั่นใจเรื่องพิกัดศุลกากรหรือเอกสารที่ต้องเตรียม ทักไลน์ @sxdexpress ให้ทีมเราช่วยเช็กก่อนส่งของจริงได้เลยครับ Siam Delivery (SXD Express) เป็นตัวแทน DHL อย่างเป็นทางการ ส่งของไปต่างประเทศกว่า 220 ประเทศ รับพัสดุจากทั่วประเทศไทย ส่งด่วนถึงปลายทางใน 1-5 วัน

พิกัดศุลกากร คือรหัสมาตรฐานสากลที่กรมศุลกากรใช้จำแนกสินค้าและคำนวณภาษีนำเข้า-ส่งออก การรู้พิกัดศุลกากรก่อนส่งของทุกครั้งช่วยให้เตรียมเอกสารถูกต้อง ไม่ว่าจะส่งผ่าน DHL, FedEx หรือแพลตฟอร์มอย่าง Lazada ศุลกากร ผู้ส่งยังต้องตรวจสอบพิกัดด้วยตัวเองเสมอ เพื่อลดความเสี่ยงของพัสดุค้างตรวจหรือถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มทีหลัง การเช็กพิกัดศุลกากรผ่านระบบของกรมศุลกากรและเตรียมเอกสาร เช่น ใบกำกับสินค้า รายการสินค้าและมูลค่า ข้อมูลผู้รับเป็นภาษาอังกฤษ จะช่วยให้พิธีการศุลกากรราบรื่นขึ้นมากครับ

  • พิกัดศุลกากรคืออะไร: รหัสตัวเลขมาตรฐานสากลตามระบบฮาร์โมไนซ์ ใช้คำนวณภาษีนำเข้า-ส่งออก
  • เช็กก่อนส่งทุกครั้ง: ใช้ระบบค้นหาพิกัดของกรมศุลกากรยืนยันรหัสให้ตรงกับสินค้าจริง
  • เอกสารที่ต้องเตรียม: ใบกำกับสินค้า รายการสินค้าและมูลค่า ข้อมูลผู้รับเป็นภาษาอังกฤษให้ครบ
  • ช่องทางส่งต่างกัน: DHL, FedEx และ Lazada มีขั้นตอนพิธีการศุลกากรต่างกัน ต้องเตรียมตัวให้พร้อม
  • ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย: ใส่พิกัดผิด เอกสารไม่ครบ มูลค่าไม่ตรง ทำให้พัสดุค้างตรวจได้

แชร์บทความนี้FacebookTwitterLinkedIn